พิธาฟาดภูมิใจไทย กลางสภา ปล่อยหมัดเด็ด “ผมพูดแล้วทำ” เหมือนนโยบายพรรคท่าน

ต้องเริ่มต้นอย่างนี้ครับท่านชาดาได้ตี่ ติงบุคลิกของผมครับได้ตีติ่งภาวะผู้นำของ ผมผมก็กำลังพยายามที่จะพัฒนาอยู่เหมือน กันครับพยายามที่จะพัฒนาให้เป็นคนที่ฟัง มากกว่าพูดนะครับถ้าฟังท่านชายาเสร็จก็ พยายามที่จะฟังท่านประพันธ์ต่อในขณะเดียว กันผมก็พัฒนาภาวะผู้นำผมให้เป็นคนที่ รักษาคำพูดเหมือนกับสโลแกนของพรรคท่าน เหมือนเดิมเป๊ะเลยครับว่าพูดแล้วทำ เคยให้ไว้กับพี่น้องประชาชนยังไงก็คงที่ จะต้องทำตามอย่างนั้นผมยังพยายามที่จะ พัฒนาคุณลักษณะความเป็นผู้นำของผมครับว่า ถึงผมจะไม่เห็นด้วยกับทุกเรื่องที่ท่าน ชายาได้พูดมาแต่ผมเห็นว่าท่านมีเสรีภาพใน
การที่จะพูดและนี่คือหน้าที่ของรัฐสภานี่ คือหน้าที่ของสภาที่ท่านชาดาก็มี ประสบการณ์แบบนึงมีความคิดแบบนึงผมก็มี ชุดความคิดแบบนึงประสบการณ์แบบหนึ่งนี่ คือสาเหตุที่เราต้องใช้รัฐสภาในการแก้กฎ หมายนิติบัญญัติและเป็นข้อขัดแย้งตลอดมา ของประเทศไทยนี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็นตั้ง แต่สมัยที่แล้วล่ะครับที่ท่านชาดาได้พูด ถึงเรื่องของการลดโทษก็ดีมีการคุ้มครองก็ ดีซึ่งเวทีนี้เป็นเวทีเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เวทีในการแก้ไขหรือกฎหมายใดๆนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เนี่ยผมคิดว่าเป็น บรรยากาศที่ดีและสุดท้ายครับผู้นำที่ดี ของประเทศนี้ต้องมีความอดทนอดกลั้น
รับฟังกับข้อกล่าวหาที่จะจริงหรือไม่จริง ก็แล้วแต่อันนี้คือ 4 ข้อที่ผมสัญญาผ่าน ท่านประธานไปยังท่านชาดาและพรรคที่อยู่ใน รัฐสภาที่นี้รวมถึงสภาสูงที่กำลังรับฟัง อยู่ว่านี่เป็น 4 คุณลักษณะสำคัญนะครับ ที่ผู้นำของประเทศไทยควรที่จะมีนะครับ ในการที่จะใช้สิทธิ์พาดพิงคงจะสั้นๆครับ ท่านประธานเรื่องที่ผมเห็นด้วยกับท่าน ชาดาก็คือใช่ครับเป็น M ไม่ได้อยู่ใน MOU 8 พรรคอย่างที่ท่านเข้าใจเพราะ MOU 8 พรรคคือ ความเข้าใจร่วมกันของพวกเราในการจัดตั้ง รัฐบาลทั้ง 8 พรรคนะครับในการที่จะเข้า สู่อำนาจเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลในการบริหาร
ประเทศในการที่จะแก้ไขกฎหมายอยู่ที่ นิติบัญญัติครับอยู่ที่นี่และเมื่อเรา ยื่นเสนอข้อกฎหมายก็ไม่มีใครผูกขาดชุด ความคิดใดชุดความคิดหนึ่งก็ได้คนที่อายุ มากกว่าผมก็อาจจะคิดอีกแบบนึงคนรุ่นผมก็ อาจจะคิดอีกแบบนึงคนที่อายุน้อยมากกว่าผม ก็อาจจะคิดอีกแบบนึงนี่คือหน้าที่ของสภา ผู้แทนราษฎรในการแก้ไขข้อขัดแย้งผู้แทน พี่น้องประชาชนผู้แทนราษฎรก็คือผู้แทน ราษฎรที่มีความคิดแตกต่างแล้วถ้าเราพูด กันอย่างมีวุฒิภาวะพูดกันอย่างไม่มีคำ หยาบคายแล้วใช้เหตุใช้ผลการนี่คือทางออก ของประเทศในทุกความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอัน นี้คือสิ่งที่ผมเห็นด้วยกับคุณชาดามาก
เป็นอย่างยิ่งนะครับแต่สิ่งที่ผมไม่เห็น ด้วย และอาจจะเป็นข้อที่ยังคลังแคร์จะอยู่ เรื่องเกี่ยวกับ International ซึ่งตามหลักของเขาเลยเขาเขียนไว้เลยครับ มีหน้าที่จะ investigate ซึ่งหมายความว่าอาชญากรรมทางสงครามการฆ่า ล้างเผ่าพันธุ์นะครับซึ่งตรงนี้เนี่ย ข้อที่ท่านชาดาอาจจะกังวลคือข้อที่ 27 ผม อ่านแล้ว แต่ครั้งนี้ประเทศต่างๆทั่วโลกที่เป็น ระบบเดียวกับเราระบบประชาธิปไตยอันมีพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข constitutional มีอยู่ 123 ประเทศครับ ญี่ปุ่นเซ็นครับอังกฤษ Zen ครับกัมพูชา santus Sweden ครับเดนมาร์กเจมส์ครับ
เพราะฉะนั้นตรงนี้เนี่ยถ้าเราเข้าใจว่า จริงๆแล้วพระองค์ท่านอยู่เหนือการเมือง และท่านใช้ทรงอำนาจผ่านครมอยู่แล้วนะครับ ตรงนี้เนี่ยไม่ได้เป็นประเด็นที่อย่างที่ ท่านได้กล่าวหาเลยอันนี้เป็นประเด็นที่ผม ไม่เห็นด้วยอย่างแรงและการที่จะบอกว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการเข้าคือการที่ มีคนพูดบอกว่าใครมีสถาบันมักกษัตริย์เอา ปืนไปยิงมาเลยเนี่ยแหละผมไม่แน่ใจว่าคน ที่สูญเสียไปตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าใครเป็น คนยิงเมื่อหลายปีก่อน 99 ศพที่ราชประสงค์ เป็นต้นแล้วย้อนหลังไปถึงเรื่อง 6 ตุลาคม เป็นต้นที่ยังไม่รู้ว่าวัฒนธรรมรับผิดรับ ผิดชอบที่เกิดขึ้นเขาจะรู้สึกยังไงเมื่อ
มีคนอภิปรายเรื่องนี้ในสภาแห่งนี้ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยและขอ อนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงในการชี้แจงนะครับ ในส่วนของท่านประพันธ์นะครับผมต้องขอยืน ยันผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกทุกๆคนทั้ง 750 คนที่มีสิทธิ์ในการเลือกนายก รัฐมนตรีครั้งนี้ผมยังมีคุณสมบัติสมบูรณ์ แบบทุกประการและด้วยความชอบธรรมครับ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการที่ตัวผมเองก็ยัง ไม่รู้เลยครับว่าข้อกล่าวหาคืออะไรเห็น แต่มติก็ผ่านสื่อมวลชนยังไม่รู้เลยว่า สงสัยในประเด็นไหนแล้วหลักการที่บอกว่า สมมติฐานไว้ว่าบริสุทธิ์ไว้ก่อนคริสตัล เข้าใจว่ามีเพื่อนๆที่อยู่ในแวดวงทนายนะ
ครับแวดวงเกี่ยวกับตุลาการเข้าใจเรื่อง นี้ดีมันมีศาลเตี้ยในรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้ ครับผมยังไม่มีโอกาสแม้แต่ชี้แจงแม้แต่ ครั้งเดียวเลยแล้วคราวที่แล้วปี 62 ก็มี เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นก็ไม่ได้ทำให้ กระทบการเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เหรอครับ เพราะว่าเท่าที่ผมจำไม่ผิดก็คือท่านบอก ว่ารัฐบาลเสียงข้างมากที่รวมเสียงได้มาก ที่สุดก็จะออกมา 249 เสียงตามนั้นไม่มี แตกแถวก็เคยเกิดขึ้นแล้วไม่ใช่หรอครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยไม่ต้องกังวลครับท่านบอก ว่าม.
6 ขึ้นมหาวิทยาลัยเรื่องของวิญญูชน ผมรัดกุมมาตลอดแต่เกี่ยวกับการยื่นป.ป.ช รัดกุมมาตลอดเกี่ยวกับคุณสมบัติสอบถาม ทั้งกกตสอบถามทั้งป.ป.ชทุกครั้งตั้งแต่ เป็นส.สตั้งแต่ครั้งแรกและจนครั้งนี้และ ครั้งต่อไปและต่อไปเพราะผมยอมรับในการ ตรวจสอบนะครับมันก็ยังดีกว่าบางคนที่ไม่ ได้อยู่ในกระบวนการไม่ว่าจะเป็นปปชหรือ ขอบคุณมากครับ ผมคงไม่รบกวนเวลาสมาชิกทุกท่านมากนะครับ เพราะอันที่จริงแล้ว วันนี้เองผมคงไม่จำเป็นต้องมา อภิปรายถึงเรื่องคุณสมบัติของคุณพิธา รวมถึงนโยบายของพรรคก้าวไกลในรัฐสภาแห่ง นี้เพราะผมถือว่าประชาชนทั้งประเทศ รวมถึงสมาชิกรัฐสภาทุกท่านเราต่างก็ได้
ใช้วิจารณญาณของตัวเอง พิจารณาและลงมติ 1 คน 1 เสียงเท่าเทียม กันผ่านการเลือกตั้งไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 และเมื่อผลปรากฏว่าทั้งก้าวไกลซึ่งได้ เสนอชื่อคุณพิทาลิ้มเจริญรัตน์เป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ชนะการเลือกตั้ง แล้วสามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทน ราษฎรได้ทั้งสิ้น 312 เสียงจากพรรคการเมือง 8 พรรคได้แล้ว คุณวิชาก็ควรจะได้ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีตามครรลองปกติของ ระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา เรื่องมันก็ควรจะเรียบง่ายตรงไปตรงมาแบบ นี้ไม่ใช่หรือครับ เราผ่านอะไรมาบ้างครับผ่านการเลือกตั้งมา
แล้ว 5 ครั้ง ผ่านการรัฐประหาร 2 ครั้ง ผ่านการพยายามที่จะเขียนรัฐธรรมนูญฉบับ ถาวรหลังรัฐบาล 2 ฉบับ ผ่านแม้กระทั่งการพยายามจัดตั้งรัฐบาลใน ค่ายทหาร 1 ครั้ง ผ่านการยุบพรรคการเมือง ยุคแล้วยุคอีก ผ่านการชุมนุมของประชาชน ฝ่ายต่างๆและการประทับการบนท้องถนนนำไม่ ถ้วน มีผู้ถูกดำเนินคดี จำคุกบาดเจ็บรวมถึงเสียชีวิต รวมแล้วนับร้อยนับพันจากความขัดแย้งทาง การเมืองที่ยังไม่ทราบว่าจะยุติเมื่อไหร่ ถ้าว่า ผ่านเหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้มาเกือบ 2 ทศวรรษสังคมไทยยังไม่สามารถให้คำตอบที่ดี
ได้ต่อคำถามในใจของพี่น้องประชาชนอย่าง ที่ผมกล่าว และยังไม่สามารถจะหาคำตอบที่พวกเรายอมรับ ร่วมกันได้สักที ปัญหาก็คือว่า ตราบใดที่พวกเรายังไม่สามารถหาคำตอบแห่ง ยุคสมัยนี้ได้ สังคมไทยก็จะหยุดนิ่ง จมดิ่งไหว้วนอยู่ในวงจรเดิมๆ มองไม่เห็นอนาคต ไปอีกนาน อย่างไรก็ดีครับท่านประธานครับผมเองใน ฐานะผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิก รัฐสภาและในฐานะตัวแทนของพรรคก้าวไกลผม เห็นว่า การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และการลงมติของรัฐสภาในวันนี้จะเป็นโอกาส สำคัญ
ของพวกเราที่จะเริ่มต้นในการแสวงหาคำตอบ ครั้งใหม่ ให้แก่สังคมไทยครับ สมาชิกหลายท่านอาจจะไม่เห็นด้วย กับพรรคก้าวไกลในบางเรื่อง หลายท่านอาจจะกังวลใจกับความเปลี่ยนแปลง ที่พวกเราไม่คุ้นเคยหรือไม่รู้จักนะครับ มีข้อกล่าวหามากมายครับซึ่งส่วนหนึ่งก็ สะท้อนจากการอภิปรายของท่านสมาชิก 2 ท่าน แรกไม่ว่าความกังวลใจว่า พวกเรา จะพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ หรือระบอบการปกครองหรือไม่ พวกเราพยายามที่จะทำให้ สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่กลายเป็นสถาบัน หลักของชาติอีกหรือไม่ เจตนาที่แท้จริงของการเสนอให้มีการแก้ไข ปรับปรุงมาตรา 112
ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆนโยบายของเรา เป็นอย่างไร ผมขออนุญาตไม่ใช้เวลานี้ในการลงราย ละเอียดที่จะแลกเปลี่ยนนะครับกับท่าน สมาชิกที่ได้อภิปรายมาก่อนหน้านี้ แต่ ประเด็นสำคัญที่อยากจะกล่าวเอาไว้ในที่ นี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอใดๆของเรา ของพรรคก้าวไกล มันอยู่บนฐานความคิดที่ว่า สถาบันหลักของชาติ หรือสถาบันการเมืองใดๆก็ตามจะดำรงอยู่ได้ ก็ด้วยความยินยอมพร้อมใจ ของประชาชนไม่มีสถาบันใดที่จะสามารถดำรง อยู่ได้ด้วยการกดปรับบังคับ แล้วนี่เป็นสิ่งที่เราพยายามจะเตือนให้ สติกับทั้งกับสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร
สมาชิกในรัฐสภาและกับสังคมไทยกับผู้มี อำนาจทุกฝ่ายขอให้ตั้งสติแล้วมองการณ์ไกล เข้าใจสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงใน ปัจจุบัน แล้วเล็งเห็นให้ได้ว่าวิธีการอะไร กูซะไวน์อะไรที่ดีที่สุดที่จะสามารถรักษา สิ่งที่พวกเรารักสิ่งที่หลายคนหวงแหนให้ ดำรงอยู่ให้ได้ในสังคมที่มีคนเราวัดตลอด เวลา เราไม่เชื่อว่า สิ่งใดๆจะดำรงอยู่ได้ด้วยการสถิตอยู่ เหมือนเดิมทุกประการ แล้วจะมั่นคงสถาพร แล้วมันไปไกลนะครับไปไกลถึงขนาดที่ว่า หลายท่านบอกว่าการเลือกการลงมติให้คุณ พิทาจากพระก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
เป็นการไม่รักชาติเป็นการไม่เคารพรัก สถาบันพระมหากษัตริย์นี่ก็เป็นอีกตัว อย่างหนึ่งที่พวกผม พยายามจะบอกว่ามันไม่ควรจะเป็นสิ่งที่ เกิดขึ้น ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขเพราะ พระมหากษัตริย์องค์พระมหากษัตริย์และ สถาบันพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย อันมีสุขเป็นประมุข ต้องอยู่เหนือการเมือง ต้องอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง แล้วมันอันตรายมากที่เมื่อไหร่ ต่างฝ่ายต่างดึงเรื่องนี้เข้ามาพัวพันใน ความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งก็เห็นอยู่ แล้วว่าในตลอดเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาผล ในวันนี้เป็นอย่างไร เราพยายามที่จะเสนอว่าต้องช่วยกัน
ช่วยกันนำสถาบันพระมหากษัตริย์ออกจากความ ขัดแย้งทางการเมืองและการยิ่งนำสถาบัน มหาศาลมาปะทะกับผลการเลือกตั้งยิ่งไม่สม ควรอย่างยิ่ง ใครจะรับผิดชอบกับผลกระทบจากการกระทำแบบ นี้ สุดท้ายนะครับ ท่านประธาน อย่างไรก็ตามผมอยากจะเชิญชวนท่านสมาชิก ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิก วุฒิสภาในที่ประชุมแห่งนี้ ลงมติให้คุณพิทาลิ้นเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เหตุผลไม่ใช่เพราะทุกท่านรักคุณมิจฉา ไม่ใช่เพราะทุกท่านเห็นชอบเห็นด้วยกับพระ ก้าวไกลไปเสียทุกเรื่อง
แต่มันจะเป็นการลงมติเพื่อคืนความปกติให้ แก่ระบบรัฐสภาของไทย มันจะเป็นการลงมติเพื่อแสดงความเคารพ ต่อประชาชน เป็นการลงมติเพื่อให้โอกาสครั้งใหม่ให้ แก่สังคมไทยเป็นการลงมติเพื่อเป็นจุด เริ่มต้นในการแสวงหาคำตอบแห่งยุคสมัยร่วม กันให้ได้ สุดท้ายผมขออวยพรให้ประชาชนซึ่งเป็นสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ในระบอบประชาธิปไตย คุ้มครองสมาชิก รัฐสภาทุกท่าน ที่จะตัดสินใจอย่างกล้าหาญตามมโนธรรม สำนึกและเจตจำนงที่พี่น้องประชาชนได้แสดง ออกไปแล้วเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ขอบคุณครับ
ขอบคุณคุณชัยวัฒน์ ข่าวสารของเรานะครับ
