กสิกรไทย จับมือ 3 พันธมิตร เปิดตัวแคมเปญ สติไฟต์เตอร์ เสริมความรู้ – เติมสติให้คนไทย ก้าวนำภัยมิจฉาชีพ

กสิกรไทย จับมือ 3 พันธมิตร เปิดตัวแคมเปญ สติไฟต์เตอร์ เสริมความรู้ – เติมสติให้คนไทย ก้าวนำภัยมิจฉาชีพ

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ธนาคารกสิกรไทย ผนึกกำลัง ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ACSC ไทยรัฐ กรุ๊ป และ LINE ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ สติไฟต์เตอร์ รู้ทัน ป้องกันโกง เพื่อยกระดับความร่วมมือในการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ หลังสถานการณ์การหลอกลวงทางการเงินส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง

ข้อมูลระบุว่า ตลอดปี 2568 ประเทศไทยมีมูลค่าความเสียหายจากภัยมิจฉาชีพมากกว่า 25,000 ล้านบาท ขณะที่เพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ความเสียหายพุ่งเกิน 6,000 ล้านบาทแล้ว อีกทั้งรูปแบบกลโกงยังเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว มีวิธีการใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง จนกลายเป็นปัญหาระดับประเทศที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง

แคมเปญดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างการตระหนักรู้ เพิ่มองค์ความรู้ และเสริมภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างถูกต้อง และป้องกันตัวเองจากการถูกหลอกลวงได้จริง ผ่านการสื่อสารและเผยแพร่ความรู้บนช่องทางของทั้ง 4 องค์กร รวมถึง Knowledge Hub ศูนย์รวมข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับภัยมิจฉาชีพ

ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัญหามิจฉาชีพในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางการเงิน แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในการใช้ชีวิต และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาคการเงิน ภาครัฐ ภาคสื่อ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อยกระดับการป้องกันจากระดับองค์กรไปสู่ความร่วมมือระดับประเทศ

ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยได้พัฒนาระบบความปลอดภัยของ Mobile Banking อย่างต่อเนื่อง ทั้งการกำหนดวงเงินธุรกรรมให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของลูกค้า การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าในธุรกรรมสำคัญ รวมถึงระบบตรวจจับบัญชีหรือปลายทางที่มีความเสี่ยง หากพบความผิดปกติ ธนาคารจะมีการแจ้งเตือนหรือโทรหาลูกค้าอย่างทันท่วงที พร้อมเปิดสายด่วนรับแจ้งเหตุทุจริตตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดความเสียหายให้เร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน ธนาคารยังเดินหน้าให้ความรู้เกี่ยวกับกลโกงรูปแบบต่าง ๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย ตู้ ATM และสาขาของธนาคาร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจกลลวงที่เกิดขึ้นจริงและนำไปใช้ป้องกันตัวเองได้ในชีวิตประจำวัน

ด้าน พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหัวหน้าส่วนอำนวยการ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ มุ่งปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างจริงจัง โดยข้อมูลจากการสืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิด ทำให้หน่วยงานมีฐานข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแผนประทุษกรรมและรูปแบบกลโกงจำนวนมาก ซึ่งหากประชาชนเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ กล่าวว่า ไทยรัฐพร้อมใช้พลังของสื่อในการตีแผ่กลโกงที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา ให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ผ่านทุกแพลตฟอร์มของไทยรัฐกรุ๊ป รวมถึงขยายองค์ความรู้สู่เครือข่ายโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 110 แห่ง เพื่อส่งต่อภูมิคุ้มกันดิจิทัลจากห้องเรียนสู่ชุมชน

ขณะที่ นางสาวณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย ระบุว่า LINE ในฐานะแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมเป็นอีกช่องทางสำคัญในการกระจายข้อมูลเตือนภัยและองค์ความรู้ที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทั้งการแจ้งเตือนกลโกงรูปแบบใหม่ วิธีสังเกตความผิดปกติ ไปจนถึงแนวทางรายงานบัญชีหรือข้อความต้องสงสัย พร้อมย้ำว่า หากพบข้อความ ลิงก์ หรือบัญชีที่น่าสงสัย อย่ารีบกด อย่ารีบเชื่อ และอย่ารีบตอบโต้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนทุกครั้ง

ทั้งนี้ ภายหลังเปิดตัวแคมเปญ ทั้ง 4 องค์กรจะมีการประชุมติดตามผลร่วมกันทุกเดือน เพื่ออัปเดตสถานการณ์ภัยออนไลน์ ประเมินรูปแบบกลโกงใหม่ และปรับแผนการสื่อสารให้เท่าทันพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้การป้องกันภัยมีประสิทธิภาพและเข้าถึงประชาชนได้จริง

นอกจากนี้ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ประชาชนยังสามารถดาวน์โหลด LINE Sticker สติไฟต์เตอร์ เพื่อร่วมส่งต่อความรู้และเตือนภัยให้คนรอบตัวปลอดภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ได้อีกทางหนึ่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *